เรื่องราวของวัยรุ่นคู่หนึ่งที่มีชีวิตแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างสาวบ้านนอกอย่าง “มิตสึฮะ” และนักเรียนม.ปลายในโตเกียวอย่าง “ทาคิ” ที่วันหนึ่งทั้งคู่ได้ตื่นขึ้นมาในร่างของอีกฝ่าย และเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเรื่อยๆในบางวัน
เมื่อเวลาผ่านไปทั้งคู่ได้เริ่มทำความรู้จักกับอีกคน และพยายามที่จะติดต่อกันมากขึ้น จนเป็นที่มาของเรื่องราวแห่งโชคชะตาที่ไม่น่าเชื่อขึ้นมา
.
ไม่อยากและไม่เต็มใจเขียนเรื่องย่อเท่าไหร่ เพราะความเห็นส่วนตัว เรื่องนี้ควรจะรู้ให้น้อยที่สุดก่อนไปดูเพื่ออรรถรสที่เต็มที่ดีกว่าครับ
ตัวภาพยนต์มีทั้งหมด3ช่วงหลักๆ ในตัวอย่างยังบอกเนื้อหาแค่ช่วงต้นๆของช่วงแรกเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นเนื้อเรื่องจะเดินต่อไปไกลมากจนบางคนตามไม่ทันกันเลยทีเดียวครับ
.
ถ้าคุณเชื่อเรื่องโชคชะตาพรหมลิขิต ถ้าเชื่อเรื่องการฝันถึงคนอื่นๆ หรืออย่างน้อยก็เคยเชื่อ เคยพยายามนึกเรื่องที่ที่ลืมไปตอนฝันทั้งๆที่เพิ่งฝันไปเมื่อคืน คนที่เหงาและเคยเหงา ภาพยนต์เรื่องนี้จะเหมาะกับคุณอย่างที่สุด
บรรยากาศในเรื่องทำออกมาได้ดีตามสไตล์ของ “ชินไค มาโกโตะ” มีเนื้อหาที่เฮฮา สนุกสนาน ลุ้น สุข เศร้า ครบรส ทำให้ดูได้แทบทุกเพศทุกวัย
จะเสียก็เพียงแค่ว่าส่วนที่เป็นไซไฟแฟนตาซีของเรื่อง อาจจะตัดไปมาไวไปหน่อย จนทำให้คนดูบางส่วนเข้าใจเนื้อเรื่องไม่ทันบ้างก็ได้ แต่ก็ไม่ได้หนักมากมายอะไรแบบผลงานของโนแลนด์แบบนั้นครับ
.
หากเป็นคออนิเมชั่น หรือพอจะตามข่าวคราววงการนี้อยู่บ้าง คงจะรู้จักกับชื่อเสียงหรือผลงานของ ชินไค มาโกโตะ กันอยู่บ้างแล้ว จากผลงานเรื่องก่อนๆที่ค่อยๆสร้างชื่อเสียงของเค้ามาเรื่อยๆ
ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ในผลงานของ ชินไค มาโกโตะ นี้อยู่ที่งานภาพที่ได้บรรยากาศที่สวยงามและการสร้างอารมณ์ร่วมของเรื่องที่ถือว่าทำออกมาได้งดงาม ไม่ว่าจะเป็น ภาพทิวทัศน์ มุมกล้อง เพลง และการลำดับภาพ สามารถทำออกมาได้ตรึงใจ
และน่าจดจำเป็นที่สุด
และเนื้อหาที่กล่าวถึงความรักปนเศร้าผสมแนวไซไฟแฟนตาซีจางๆยังคงเป็นคอนเซ็ปหลักในผลงานของเค้า ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต่างกันกับผลงานเก่าๆ เพียงแต่ว่าคราวนี้ถูกยกระดับและจับทางที่สื่อออกมาให้เข้าถึงผู้ชมได้หลายกลุ่มมากขึ้นมาอีกขั้นนึง
เป็นเหตุทำให้ Kimi no Na wa เรื่องนี้เป็นกระแสพูดถึงปากต่อปากได้อย่างไม่น่าเชื่อ
.
คะแนน 10/10
ให้ 10 ก็ยังรู้สึกแปลกๆ เหมือนกับว่าต้องยกไปอีกมาตรฐานการให้คะแนนแล้ว (แต่ไม่อยาก Overate เท่าไหร่ เอาไปแค่นี้ก่อนนะ)
คือมีความรู้สึกแบบเดิมๆตามประสาหนังของชินไค คือ “หนังจบคนไม่จบ” มันเป็นอาหารที่อิ่มเอมและอร่อย แต่ก็ยังรู้สึกว่าสามารถทานต่อได้อีก
นานๆจะมีอะไรแบบนี้มาให้พูดถึง ไม่ควรพลาดชมกันครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *