ณ แดนเหนือแห่งประเทศอาทิตย์อุทัย ที่ซึ่งแผ่นดินเต็มไปด้วยความหนาวเย็นและหิมะขาวโพลนปกคลุมชั่ววันคืน สุกิโมโตะ ไซจิ ทหารผ่านศึกผู้มาแสวงโชคในดินแดนนี้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อเงินก้อนใหญ่ อันจะนำมาซึ่งค่าเลี้ยงดูครอบครัวของ อุเมะโกะ หญิงม่ายที่ป่วยด้วยโรคตา ผู้เป็นทั้งเพื่อนในวัยเด็กและภรรยาของสหายศึกที่เสียชีวิตในสงคราม ทว่าแม้จะเคยได้ยินว่ามีสายแร่ทองคำพาดผ่านพื้นที่แถบนี้ แต่การเสี่ยงโชคของเขาก็ดูจะคว้าน้ำเหลว ทุกวันระหว่างที่กำลังร่อนทองต่อไปอย่างสิ้นหวังนั้นเอง เขาก็มักจะได้สนทนากับชายขี้เมา ซึ่งมักจะชอบเล่าเรื่องโม้เหม็นยามเหล้าเข้าปากให้ฟังอยู่เสมอ

จนมาวันหนึ่ง ชายขี้เมาได้เล่าเรื่องน่าสนใจของนักโทษในเรือนจำคนหนึ่งในยุคตื่นทอง ซึ่งฆ่าชาวไอนุ (ชนพื้นเมืองในแถบฮอกไกโด) และได้ขโมยทองคำมูลค่ามหาศาลไปซุกซ่อนไว้ในที่ซึ่งไม่มีใครพบเห็น แม้จะถูกจับได้และถูกทรมาน แต่เขาก็ไม่ยอมปริปากเรื่องที่ซ่อนแต่อย่างใด อีกทั้งยังนัดแนะกับเพื่อนนักโทษในคุกว่า หากใครลอบออกไปบอกข่าวแก่พรรคพวกภายนอกของเขาได้ เขาจะแบ่งทองให้ครึ่งหนึ่ง เขาใช้วิธีการสักรหัสลับบนผิวหนังของนักโทษหลายคน โดยต้องนำรอยสักของแต่ละคนมารวมกันจึงจะแก้รหัสสำเร็จ ภายหลังนักโทษกลุ่มนี้ได้แหกคุกหนีออกไปได้ แต่เนื่องจากแต่ละคนกระจายไปคนละทิศทาง รหัสที่ซ่อนของทองจึงยังไม่ถูกเปิดเผยจนทุกวันนี้

สุกิโมโตะ ฟังเรื่องนี้ไปผ่าน ๆ ด้วยว่าไม่เชื่อถือคำพูดของคนเมา ทว่าพอชายแก่สร่างเมา กลับตั้งใจเข้าทำร้ายเขา ด้วยความแข็งแกร่งทำให้เขาไล่ชายขี้เมาไปได้ สุกิโมโตะรู้สึกแปลกใจกับท่าทีจึงได้สะกดรอยตามไป จนพบว่าขี้เมาผู้โชคร้ายได้กลายเป็นเหยื่อของหมีไปเสียแล้ว แต่เมื่อเขาขุดศพของชายชราขึ้นมาดูจึงพบว่า ชายผู้นี้เป็นหนึ่งในนักโทษผู้มีรอยสักนั่นเอง นั่นหมายความว่า เรื่องทองคำมหาศาลที่ถูกซ่อนไว้เป็นความจริง สุกิโมโตะ จึงได้ตัดสินใจออกตามหานักโทษคนอื่น ๆ เพื่อหนทางไปสู่ทองคำที่ซุกซ่อนไว้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากสาวน้อยชาวไอนุนาม อาชิริปะ ผู้ซึ่งบิดาเป็นหนึ่งในคนที่ถูกฆ่าชิงทองคำนั่นเอง

SIC คว้าปลาตัวใหญ่มาได้อีกครั้ง และก็ไม่ผิดหวัง คุณภาพในการพิมพ์การแปลเข้าขั้นมาตรฐาน (แม้กระดาษจะธรรมดาไปหน่อย) ด้วยว่าเป็นการ์ตูนคว้ารางวัลการ์ตูนยอดเยี่ยมมาหลายสถาบัน ลายเส้นที่เรียบง่ายงดงาม การเล่าเรื่องที่ลื่นไหล เนื้อเรื่องแนวปริศนาการค้นหาไล่ล่า และฉากแอ็กชั่นที่ดิบเถื่อน ทำให้นักอ่านติดอกติดใจได้ไม่ยาก ทว่าอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีความน่าสนใจในตัว ก็คือการนำเสนอวิถีชีวิตของผู้คนแดนเหนือในช่วงสงครามญี่ปุ่น-รัสเซียได้อย่างละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลของวัฒนธรรมชาวไอนุซึ่งแน่นปึ้กมากจนเรียกได้ว่าเป็นสารคดีย่อม ๆ ได้เลยทีเดียว ซึ่งประเด็นนี้ทำให้ได้รับความสนใจจากนักอ่าน แม้แต่ในญี่ปุ่นเอง เนื่องจากไอนุนั้น ถือเป็นชาวเผ่าที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากชาวญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย มีภาษา วิถีชีวิต พิธีกรรม และศาสนาที่ต่างออกไปจากชาวเกาะหลักอย่างชัดเจน แม้ในปัจจุบันไอนุถูกผนวกรวมเป็นพลเมืองประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว แต่คนญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความเข้าใจในสังคมไอนุอย่างจำกัด (สถานการณ์เหมือน คนไทยที่ยังมีความรู้ในเรื่องวัฒนธรรมชนเผ่าชาวเขาทางภาคเหนือของไทยน้อยมาก) ไอนุในญี่ปุ่นจึงยังถูกมองว่าแปลกแยกจากคนส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น แม้จะมีสัญชาติญี่ปุ่นเหมือนกันก็ตาม การที่มีการ์ตูนซึ่งมีฉากทางเหนือร่วมกับข้อมูลเข้มข้นของไอนุ ใส่ปริศนาการไล่ล่าและแอ็กชั่น ผสมปรุงให้อ่านง่าย ๆ จึงดึงความสนใจของนักอ่านผู้ชื่นชอบแนวสมจริงได้เป็นอย่างดี

ความสนุกของการอ่านเรื่องนี้ก็คือ การเดินเรื่องเพื่อตามล่าลายแทง ที่อยู่ ๆ จะตัดเข้าสารคดีไอนุหรือเมนูอาหารชาวป่าแบบเนียน ๆ จังหวะจะโคนในการปล่อยฉากแอ็กชั่น ฉากเล่าเรื่อง หรือกระทั่งฉากตลก ทำได้ลงตัวมาก ด้วยความที่มีช่วงสารคดีแทรกอยู่เยอะ อาจทำให้โดนมองว่าเรื่องเดินช้าไปบ้าง แต่เนื่องจากกลุ่มที่ล่าลายแทงก็ไม่ได้มีแค่กลุ่มพระเอกเท่านั้น พอตัวละครเยอะขึ้น การปฏิสัมพันธ์ของตัวละครจะซับซ้อนมากขึ้น ทำให้เรื่องราวน่าสนใจมากขึ้นตามลำดับ
จะมีที่ตะหงิด ๆ หน่อยก็ตรงที่นางเอกทำอะไร ๆ ก็ดูง่ายไปซะหมด แม้จะมีเรื่องอันตรายมาถึงตัว ก็ดูจะรอดง่าย ๆ ไปซะหน่อย แต่กระนั้นก็ไม่น่าเกลียดจนเกินไปนัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *