ข้าวจี่ หนึ่งในอาหารที่เรียบง่ายที่สุดของบ้านเรา ด้วยเครื่องปรุงซึ่งมีเพียงข้าวเหนียว ไข่ และเกลือเท่านั้น แต่กลับเป็นที่นิยมมากในภาคเหนือและอีสาน ทั้งนี้ก็เพราะความหอมของข้าวที่ปิ้งร้อน ๆ ความมันของไข่ และความเค็มของเกลือที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ยิ่งหากได้กินในหน้าหนาวที่อากาศเย็นจับใจแล้ว การได้งับข้าวกรุ่น ๆ ร้อน ๆ รสหอมกระจายในปาก นับเป็นความฟินที่คนในเมืองกรุงคงไม่มีวันได้รู้จัก

จั่วหัวมาแบบนี้ ก็แน่นอนว่า ความคาดหวังต่อการ์ตูนเรื่องนี้ ก็ต้องเกี่ยวกับข้าวจี่ตามสูตรการ์ตูนเกี่ยวกับอาหารที่ผ่านมา ย่อมต้องเป็นการค้นคว้าหาสูตรข้าวจี่ในตำนาน หรือไม่ก็ต้องเป็นการ์ตูนสอนทำข้าวจี่แบบพลิกแพลงแน่นอน

แต่…..ไอ้เรื่องเวรนี่ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับการทำข้าวจี่เลยแม้แต่น้อย ยกเว้นชื่อเรื่อง กับแผงข้าวจี่ซึ่งพระเอกปิ้งขายอยู่ ฮ่วย

ณ ถนนกังสะเดิด จังหวัดขอนแก่น ซึ่งท่านผู้ว่ามีดำริให้ยกเครื่องร้านรวงริมถนนใหม่หมด ให้เต็มไปด้วยร้านอาหารสุดโมเดิ้ลทั้งหลายแหล่ มาเปิดแทนที่ร้านเก่าแก่ที่เคยมีอยู่จนหมด เว้นไว้แต่ห้องแถวห้องหนึ่ง อันเป็นที่ตั้งของร้าน “เจ้าหนูข้าวจี่” ร้านข้าวจี่เก่าแก่ (ซอมซ่อ) ที่เหลือเป็นร้านเดียวบนถนน บริหารงานเดี่ยว ปิ้งเองขายเอง โดย “ข้าวจี่” (ชื่อเล่น) ชายหนุ่มเจ้าของร้าน ผู้ซึ่งไม่รู้สึกรู้สาถึงการแข่งขันกับร้านที่มาเปิดใหม่ นอกจากขายข้าวจี่ให้หมดไปวัน ๆ เท่านั้น

ปะเหมาะเคราะห์ดี ที่ “เอมโอช” นักข่าวสาวแว่น ซึ่งมาสิงสถิตย์ที่ร้านข้าวจี่อยู่ประจำ ได้ไปท้าพนันกับเพื่อนร่วมงานว่า ข้าวจี่จะสามารถเอาชนะงานแข่งประชันอาหารของจังหวัดได้ แม้จะทำทีท่าว่าไม่สนใจการแข่งขัน แต่ในใจของข้าวจี่กลับเต็มไปด้วยแผน (ชั่ว) ที่จะกอบโกยผลประโยชน์จากงานนี้ได้มากที่สุด โดยหารู้ไม่ว่า ผลการแข่งขันครั้งนั้น จะชักนำ เหล่าคนครัวฝีมือเยี่ยม (*ไอคิวแปรผกผันกับฝีมือ) มาสร้างความวุ่นวายกับตนเองมิรู้สิ้นสุด

จุดเด่นก่อนเลยของเรื่องนี้ คือ ฮาครับ อาจจะไม่ได้เป็นความฮาแบบถล่มทลายอะไรนัก แต่ก็ฮาในระดับที่น่าพอใจกว่าผลงานทั่ว ๆ ไปของการ์ตูนไทยสตูดิโอ งานได้รับอิทธิพลมาอย่างเด่นชัดจากการ์ตูนตลกญี่ปุ่น (มุกประเภท พูดเล่นมุกแล้วมีขัดด้วยคำพูดในหน้าเดียวกัน หรือเล่นมุกจากสถานการณ์ที่เหนือจริง) ซึ่งไปกันได้ด้วยดีกับลายเส้น ประกอบกับคาแรกเตอร์ของพระเอกที่ไม่ใคร่เหมือนพระเอกการ์ตูนทำอาหารทั่วไป (ไม่สิ ไอ้เรื่องนี้มันไม่ใช่การ์ตูนทำอาหารนี่หว่า)

และสาว ๆ ในเรื่องที่ขยันโผล่มาสร้างความปวดกบาลอยู่เนือง ๆ ในขณะที่ คนที่คาดหวังว่าจะได้เห็นสูตรอาหารเว่อร์วังอลังการ คงต้องผิดหวัง อาหารที่เห็นในเรื่องเป็นอาหารพื้น ๆ ที่เห็นได้ทั่วไปในร้านอาหารแต่ละประเภท (ยกเว้น อาหารอีสานสไตล์จีน ซึ่งแปลกตาอยู่เมนูเดียวในเรื่อง) อย่างที่บอกการ์ตูนเรื่องนี้ ไม่ใช่การ์ตูนทำอาหาร หากแต่เป็นเรื่องของการหักเหลี่ยมเฉือนคม ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ฮา ของตัวละครในเรื่องเสียมากกว่า

หากจะอ่านแบบเอาจริงเอาจังขึ้นมาอีกนิดแล้ว มุกในเรื่องที่ใช้ในการแข่งขันบางมุก ยังดูแถ ๆ เหมือนกับจงใจให้แผนสำเร็จตามที่พระเอกวางไว้แบบง่ายไปหน่อย เรียกว่าลงล็อกพอดีเกินไปนิด แต่เนื่องจากเป็นการ์ตูนตลก จึงพอมองข้ามแบบหยวน ๆ ไปได้ อีกอย่างที่ดูขัดใจก็คือ การเดินมุกที่ไปในทางเดียวกันตลอดเล่ม ซึ่งแม้ยังฮาอยู่ แต่ก็ให้เป็นกังวลไม่น้อยว่า ถ้ายังเล่นแบบนี้เรื่อย ๆ ไปยันเล่มสอง เนื้อเรื่องจะน่าเบื่อลงอย่างรวดเร็ว ผลงานโดยรวมถือว่าสนุกคุ้มค่า ความสมดุลย์ระหว่างลายเส้นกับพล็อตลงตัวเป็นอย่างดี (งานการ์ตูนตลกไทยแบบเรื่องยาว มักประสบปัญหาลายเส้นดี แต่ไม่เข้มงวดในเรื่องการวางองค์ประกอบเนื้อเรื่อง ทำให้อ่านแล้วดูติดขัด ฮาอย่างไม่สนิทใจ หรือไม่เนื้อเรื่องก็เละเทะไปเลย) จัดเป็นการ์ตูนไทยที่น่าอ่านอีกเรื่องหนึ่งครับคะแนน 8.5/10

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *