มุโคดะ สึโยชิ ผู้ถูกลูกหลงจากพิธีอัญเชิญผู้กล้าจนต้องมาต่างโลกในฐานะส่วนเกิน หลังจากรับรู้เรื่องราวก็ขอเงินชดเชยจากราชาออกมาตั้งตัวเป็นพ่อค้าใช้ชีวิตสงบสุข แต่เนื่องจากถูกอัญเชิญมาทำให้มีสกิลพิเศษติดตัวมาด้วย เลยใช้สกิลเน็ตซุปเปอร์ซื้อเครื่องปรุงอาหารจากโลกเดิมมาทำกินแก้คิดถึง โดยหารู้ไม่ว่าด้วยกลิ่นหอมและรสชาติของอาหารจากต่างโลกอันยั่วยวนได้เรียกสัตว์อสูรระดับตำนานให้มาสนใจตัวมุโคดะด้วย

แนวต่างโลกที่พระเอกเถลไถลออกนอกเรื่อง (ไม่ยอมไปปราบจอมมาร) ด้วยการตั้งเป้าจะใช้ชีวิตอย่างสงบไปวันๆ แต่จะตั้งตัวหาเงินก้อนได้ก็ต้องรับทำเควส สุดท้ายก็ไม่พ้นต้องไปออกไปไล่ตีฆ่ามอนเตอร์นอกเมืองอยู่ดี เรื่องก็เลยยังป้วนเปี้ยนอยู่ในแนวผจญภัยอยู่ดีครับ
ความสนุกของแนวต่างโลก ก็คงไม่พ้นจะเป็นสกิลพิเศษ ซึ่งพระเอกของเรื่องนี้เป็นแค่ตัวแถม เลยไม่ได้มีสกิลสายบู๊ดีๆกับเค้า มีหลักๆ 3 อย่างคือ วินิจฉัย ไอเทมบ็อกซ์ กับเน็ตซุปเปอร์ ซึ่งไอ้อย่างหลังนี่แหละที่ทำให้พี่แกพิเศษกว่าชาวบ้านชาวช่องเพราะสามารถซื้อของใช้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตผ่านเน็ตได้โดยแลกกับเงินในโลกนั้นจริงๆ ทำให้สามารถหาของแปลกๆ (สำหรับต่่างโลก) มาใช้ได้ เช่นซอสหรือเครื่องปรุงทำอาหารทั่วๆไป แต่กลายมาเป็นของแปลกสุดอร่อยสำหรับคนในต่างโลกที่ไม่เคยได้กิน (แถมบวกค่าสเตตัสได้ด้วย) แม้กระทั่งสัตว์ในตำนานอย่างเฟนริลยังสนใจ
ซึ่งเรื่องมันเริ่มสนุกและทำให้พระเอกเริ่มเทพก็ตรงนี่แหละครับ เพราะเจ้าเฟนริลตัวนี้ถึงจะมึโปรไฟล์และสเตตัสโคตรสูง แต่พี่แกนิสัยเหมือน “หมาเลี้ยง” เอามากๆ ทั้งตรงไปตรงมา หยิ่ง หวงเจ้าของ ห่วงกิน ฯลฯ ไม่มีมาดของสัตว์ในตำนานซักนิด ถึงกับเอ่ยปากออกตัวขอเป็นอสูรรับใช้เพราะอยากกินอาหารอร่อยๆที่มุโคดะทำ กลายเป็นคู่หูต่างเผ่าที่ออกเดินทางผจญภัยทำเควสบวกหาเนื้อมาทำอาการกินกันไปเรื่อย

แต่เพราะเนื้อเรื่องยังไม่ได้เข้ารูปเข้ารอยเท่าไหร่ ไม่มีเป้าหมายหลักของเรื่องว่าจะต้องไปไหนหรือทำอะไร อาจมีการตัดสินใจเลือกเส้นทางตามสภาพบ้านเมืองช่วงสงครามกับปิศาจบ้างหรือการเลือกเควสจากกิลด์นักผจญภัยหรือกิลด์พ่อค้าเป็นการลงรายละเอียดให้ต่างโลกดูมีมิติ มีการเมืองการปกครองมากขึ้น แต่ภาพรวมก็คือแนวรับเควสผจญภัยโดยมีธีมทำอาหารเป็นหลักนั่นล่ะครับ เจอนกยักษ์ หมูป่า ออร์ค(?) งูยักษ์ อะไรก็จับมันมาทำอาหารไปเรื่อยแล้วแต่เควสที่รับนั้นๆ แล้วก็ดูเจ้าหมาน้อยกินอาหารพลางไปจ้อไปพลางอย่างมีความสุข ซึ่งในแง่การนำเสนออาหารให้ออกมายั่วน้ำลายยังรู้สึกว่าไม่ค่อยเด่นหรือชวนน้ำลายสอเท่าไหร่ เทียบกับดันเมชิ (สูตรลับตำหรับดันเจียน) ที่เป็นแนวคล้ายกันยังไม่ได้เพราะไม่มีการลงดีเทลให้กับวัตถุดิบและรสชาติแบบละเอียด มีแค่การแล่เนื้อไปทำอาหาร บอกสูตรอาหาร และเมนูที่ทำก็ยังมีแค่ผัดทอดอะไรที่เป็นเมนูง่ายๆตามบ้านที่แค่เปลี่ยนวัตถุดิบมาเป็นแนวแฟนตาซีเท่านั้น มันก็เลยดูไม่ชวนน้ำลายสอเท่าไหร่ครับ

รวมๆก็เป็นแนวต่างโลกสายชิลอีกเรื่องนึง เพราะความเป็นสายชิลก็เลยไม่ได้มีการฉากแอ็คชั่นมาก เน้นวางแผนการเดินทางว่าจะตั้งตัวยังไงกับชีวิตต่างโลกต่อดี แล้วมีบู๊ให้เห็นตัวมอนสเตอร์พอเป็นพิธีก่อนตบคว่ำเอาเนื้อมาทำอาหาร แถมบรรยากาศกับบทพูดสนุกๆของเจ้าหมาเฟนริลกับมุโคดะระหว่างทานอาการสนุกๆเพลินๆไปมากกว่าครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *